รู้จัก Circular Economy พร้อมตัวอย่างการปรับใช้ในภาคธุรกิจ

10/02/2569

Key Takeaways 

เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คือแนวคิดการบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการลดของเสีย การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ หลายอุตสาหกรรมเริ่มนำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้จริง ทั้งการรีไซเคิลเหล็ก การจัดการแบตเตอรี่ EV และการผลิตพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ เพิ่มมูลค่าจากวัสดุเดิม และสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Table of Content 

เศรษฐกิจหมุนเวียน คือการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในช่วงที่ต้นทุนการดำเนินธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น หลายองค์กรเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่ไปกับการลดของเสียและเพิ่มความยั่งยืนในกระบวนการผลิต แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะสามารถช่วยเปลี่ยนของที่เคยถูกมองว่าเป็น “ของเสีย” ให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่สร้างมูลค่าได้อีกครั้ง 

ซึ่งหากผู้ประกอบการเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนว่าคืออะไร และสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุนการผลิตได้ พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และสร้างโอกาสในการเติบโตระยะยาวได้อย่างยั่งยืน 

เศรษฐกิจหมุนเวียนคืออะไร ? ทำความเข้าใจแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน 

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างระบบเศรษฐกิจแบบเดิม กับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่หลายธุรกิจกำลังให้ความสำคัญ 

เศรษฐกิจหมุนเวียนคืออะไร และแตกต่างจากระบบเดิมอย่างไร ? 

ระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม หรือ Linear Economy มีรูปแบบวงจรคือ “ผลิต-ใช้-ทิ้ง” (Make-Take-Dispose) โดยนำทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตสินค้า และเมื่อใช้งานเสร็จก็มักกลายเป็นขยะ ส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว 

ขณะที่ เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy คือระบบเศรษฐกิจที่เน้นการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการใช้ซ้ำ ซ่อมแซม ปรับปรุง และรีไซเคิล เพื่อลดของเสียและยืดอายุการใช้งานของทรัพยากรให้นานที่สุด 

หลักการสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ธุรกิจควรรู้ 

แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมีหลักสำคัญที่หลายองค์กรนำไปประยุกต์ใช้ ได้แก่ 

  • ลดของเสียตั้งแต่ต้นทาง : การออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เกิดของเสียและมลพิษน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย
  • ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า : เน้นการซ่อมแซม (Repair) การใช้ซ้ำ (Reuse) การปรับปรุงใหม่ (Refurbish) และการรีไซเคิล (Recycle) เพื่อยืดอายุทรัพยากรให้ยาวนานที่สุด
  • ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม : เลือกใช้พลังงานสะอาดและวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์ 

ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรได้อย่างไร ? 

การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ ไม่ได้ช่วยเพียงลดของเสีย แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และสร้างโอกาสทางรายได้ใหม่ได้อีกด้วย 

ลดต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน 

การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบที่มีต้นทุนสูงและราคาที่ผันผวน ในขณะเดียวกัน การปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าจัดการของเสียได้อีกทางหนึ่ง 

สร้างรายได้ใหม่จากทรัพยากรเดิม 

วัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตสามารถต่อยอดเป็นวัตถุดิบสำหรับธุรกิจอื่น หรือพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ได้ นอกจากนี้ หลายธุรกิจยังเริ่มใช้โมเดลบริการแบบ Product as a Service เช่น การเช่าใช้งานแทนการขายขาด เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว 

เพิ่มความสามารถในการแข่งขันและภาพลักษณ์แบรนด์ 

ปัจจุบันนักลงทุนและคู่ค้าระดับโลกให้ความสำคัญกับเกณฑ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) อย่างมาก องค์กรที่ปรับตัวสู่ Circular Economy จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคที่มองหาแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างความแตกต่างที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก 

บริการรีไซเคิลเหล็กโรงงาน เพื่อสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

 

Circular Economy : ตัวอย่างจากธุรกิจที่นำไปใช้จริง 

หลายอุตสาหกรรมเริ่มนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

อุตสาหกรรมเหล็กหมุนเวียน (Green Steel & Resource Recycling) 

เหล็กเป็นวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้เกือบ 100% การนำเศษเหล็กจากโรงงานกลับมาหลอมใหม่ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดพลังงานในการผลิต และลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม 

ธุรกิจแบตเตอรี่ EV และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) 

แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ประสิทธิภาพลดลง ยังสามารถนำไปใช้ต่อในระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ได้ และเมื่อหมดอายุการใช้งานจริง ก็สามารถรีไซเคิลเพื่อนำแร่สำคัญกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง 

การผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (Post-Consumer Recycled Plastic: PCR Plastic) 

ขยะพลาสติกจากการใช้งานของผู้บริโภคตามบ้านเรือน สามารถนำมาแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) เพื่อนำกลับไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ช่วยลดการใช้น้ำมันดิบและลดปริมาณขยะพลาสติกในระบบ 

การบริหารทรัพยากรในเขตอุตสาหกรรม (Industrial Symbiosis) 

เป็นการนำของเสียหรือพลังงานเหลือใช้จากโรงงานหนึ่ง ไปใช้ต่อในอีกโรงงานหนึ่ง เช่น การนำความร้อนเหลือทิ้งมาใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในภาคอุตสาหกรรม 

แนวโน้มระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนกับโอกาสธุรกิจในอนาคต 

แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจยุคปัจจุบัน เพราะช่วยตอบโจทย์ทั้งด้านต้นทุน ความยั่งยืน และความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ 

เทรนด์ความยั่งยืนในกลุ่มผู้บริโภค : กลุ่ม Millennials และ Gen Z มีพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ การปรับธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนจึงเป็นวิธีรักษาฐานลูกค้าในอนาคตที่ดีที่สุด 

โมเดลธุรกิจใหม่ : ในอนาคตเราจะเห็นธุรกิจการซ่อมบำรุงขั้นสูง (Advanced Remanufacturing) หรือตลาดสินค้ามือสองที่มีมาตรฐาน (Certified Refurbished) เติบโตขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบต้นน้ำได้อย่างดี 

เริ่มต้นสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยโซลูชันอุตสาหกรรมครบวงจร 

โตโยต้า ทูโช (Toyota Tsusho) พร้อมสนับสนุนธุรกิจของคุณในการเปลี่ยนทรัพยากรที่ใช้แล้วให้กลับมาสร้างมูลค่าใหม่ ผ่านโซลูชันด้าน Circular Economy ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบ การรีไซเคิล ไปจนถึงการบริหารพลังงานอย่างยั่งยืน 

  • รีไซเคิลเหล็กและซากรถยนต์ (Steel Scrap Recycling & ELV) : นำเศษเหล็กและชิ้นส่วนจากรถยนต์ที่หมดอายุกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรและเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ 
  • แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV Battery) และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) : เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและต่อยอดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ เพื่อรองรับธุรกิจพลังงานยุคใหม่ 
  • เม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR Plastic) - วัตถุดิบทดแทนพลาสติกใหม่สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต 

สามารถสำรวจกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เพิ่มเติม หรือทำความรู้จัก โตโยต้า ทูโช ผ่านวิดีโอแนะนำองค์กร สนใจติดต่อเราหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-825-5555 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. ESG Knowledge Package : ชุดความรู้ด้าน Circular Economy. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 จาก https://setsustainability.com/libraries/1185/item/esg-knowledge-package-circular-economy 
  2. เปลี่ยนขยะเป็นมูลค่าเพิ่มด้วย Circular Economy. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.krungsri.com/th/business/other-services/krungsri-esg-academy/knowledge/circular-economy 
 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Circular Economy (FAQs) 

Q: Circular Economy vs Linear Economy ต่างกันอย่างไร ? 

A: Circular Economy เป็นระบบที่เน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการใช้ซ้ำ ซ่อมแซม และรีไซเคิล เพื่อลดของเสียให้น้อยที่สุด ขณะที่ Linear Economy เป็นระบบแบบ “ผลิต-ใช้-ทิ้ง” ซึ่งใช้ทรัพยากรครั้งเดียวและก่อให้เกิดขยะจำนวนมาก 

Q: ประโยชน์ของเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อธุรกิจและสิ่งแวดล้อมมีอะไรบ้าง ? 

A: แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ ลดปริมาณของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และเสริมภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนให้ธุรกิจ 

Q: วิธีประยุกต์ Circular Economy ในธุรกิจ SME และโรงงาน เริ่มต้นอย่างไร ? 

A: ธุรกิจสามารถเริ่มจากการคัดแยกของเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ลดการสูญเสียวัตถุดิบ หรือเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลในกระบวนการผลิต รวมถึงร่วมงานกับผู้ให้บริการรีไซเคิลเพื่อช่วยจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ 

Q: ธุรกิจประเภทใดเหมาะกับการนำ Circular Economy มาใช้ ? 

A: แนวคิด Circular Economy สามารถประยุกต์ใช้ได้กับหลายอุตสาหกรรม เช่น โรงงานผลิตเหล็ก พลาสติก อาหาร ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีของเสียหรือวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตจำนวนมาก 

Q: การรีไซเคิลเหล็กช่วยลดต้นทุนในโรงงานได้อย่างไร ? 

A: การนำเศษเหล็กกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ ช่วยลดต้นทุนการจัดหาวัตถุดิบ ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสีย และลดการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับการผลิตเหล็กจากวัตถุดิบใหม่ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว