21/08/2569
Key Takeaways
การเลือกซัพพลายเออร์เหล็กสำหรับโรงงานไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาซื้อ แต่ควรมองถึง ต้นทุนรวมในการจัดหา (Total Procurement Cost) ตั้งแต่คุณภาพของเหล็ก ความสามารถในการส่งมอบ ความมั่นคงของแหล่งวัตถุดิบ การบริหารสินค้าคงคลัง ไปจนถึงต้นทุนด้านการนำเข้าและโลจิสติกส์ เพราะปัญหาจากวัตถุดิบที่ไม่ได้มาตรฐานหรือส่งมอบไม่ตรงเวลาอาจกระทบต่อทั้งต้นทุนและความต่อเนื่องของสายการผลิต
การเลือกพันธมิตรที่มีเครือข่ายการจัดหาหลากหลายและสามารถบริหารซัพพลายเชน (Supply Chain) แบบครบวงจร จึงช่วยให้โรงงานควบคุมต้นทุน ลดความเสี่ยง และวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาวรวมถึงการมีแหล่งจัดหาสำรอง (Alternative Sources) เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดและสถานการณ์ไม่คาดคิด
Table of Content

การจัดซื้อเหล็กเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้วัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วน เครื่องจักร และการผลิตโลหะ การเลือกซัพพลายเออร์จึงไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อราคาวัตถุดิบ แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพสินค้า Inventory และความต่อเนื่องของสายการผลิตโดยตรง
ดังนั้น ซัพพลายเออร์เหล็ก ที่เหมาะสมจึงควรมองให้ไกลกว่าราคาหน้าใบเสนอราคา และพิจารณาความสามารถในการบริหาร Supply Chain โดยรวม เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ตรงสเปก ในปริมาณที่เหมาะสม และส่งถึงโรงงานในเวลาที่ต้องการ
ราคาต่อหน่วยเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดซื้อ แต่ซัพพลายเออร์ (Supplier) ที่เสนอราคาต่ำที่สุดอาจไม่ได้หมายถึงต้นทุนที่ต่ำที่สุดสำหรับโรงงานเสมอไป เพราะยังมีต้นทุนอื่นที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการ เช่น ค่าขนส่ง ค่าเก็บรักษาสินค้า ต้นทุนจากของเสีย รวมถึงผลกระทบหากวัตถุดิบส่งมอบล่าช้าจนสายการผลิตหยุดชะงัก
ฝ่ายจัดซื้อจึงควรพิจารณา Total Procurement Cost ควบคู่ไปกับราคาวัตถุดิบ เพื่อให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงตลอด Supply Chain และสามารถเลือก Supplier ที่สร้างความคุ้มค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว
เหล็กแต่ละประเภทและแต่ละเกรดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดเฉพาะ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ Supplier จึงควรมีความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบให้ตรงตาม Specification ที่กำหนด พร้อมเอกสารที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและคุณภาพของวัสดุได้
การได้รับเหล็กตรงสเปกตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านคุณภาพ ลดการแก้ไขชิ้นงาน และลดปริมาณของเสียในกระบวนการผลิต (Defect, Rework และ Scrap) ที่อาจสร้างต้นทุนเพิ่มเติมในกระบวนการผลิต
นอกจากการได้เหล็กตาม Specification แล้ว ความสม่ำเสมอของคุณภาพในแต่ละล็อต ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) หรือผลิตสินค้าที่ต้องควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด
Supplier ที่เหมาะสมควรสามารถสนับสนุนเอกสาร เช่น ใบรับรองคุณภาพเหล็ก (Mill Certificate) และข้อมูลที่ช่วยให้โรงงานตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตได้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมคุณภาพตลอดกระบวนการผลิต
การพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบเพียงแห่งเดียวอาจเพิ่มความเสี่ยงหากเกิดปัญหาด้านกำลังการผลิต การขนส่ง หรือความผันผวนของ Supply Chain
บริษัทจัดหาเหล็กที่มีเครือข่ายผู้ผลิตหลายแห่งและหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน สามารถช่วยเปรียบเทียบทางเลือกและวางแผนแหล่งจัดหาให้เหมาะสมกับ Specification ปริมาณ ระยะเวลาการส่งมอบ (Lead Time) และความต้องการของโรงงาน
ความหลากหลายของแหล่งจัดหา จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของทางเลือกด้านราคา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงของซัพพลายเชนอีกด้วย
สำหรับโรงงานที่มีแผนการผลิตต่อเนื่อง การได้รับวัตถุดิบช้ากว่ากำหนดอาจส่งผลกระทบต่อทั้งแผนการผลิต และการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า
ก่อนเลือก Supplier จึงควรพิจารณาความสามารถในการวางแผน Lead Time การบริหารคำสั่งซื้อ และความแม่นยำในการส่งมอบ เพื่อให้วัตถุดิบพร้อมใช้งานตามแผนการผลิต

การสั่งเหล็กจำนวนมากเพื่อป้องกันวัตถุดิบขาดอาจช่วยสร้างความมั่นใจด้าน Supply แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้โรงงานต้องแบกรับต้นทุนในการจัดเก็บ ใช้พื้นที่คลังสินค้า และมีเงินทุนหมุนเวียนอยู่ในสินค้าคงคลัง (Inventory) มากขึ้น
การจัดส่งแบบ Just-in-Time (JIT) จึงเป็นอีกหนึ่งความสามารถที่ควรพิจารณา เพราะช่วยให้โรงงานได้รับวัตถุดิบในปริมาณและช่วงเวลาที่สอดคล้องกับการผลิต ลดความจำเป็นในการสำรองวัตถุดิบจำนวนมาก และช่วยบริหาร Inventory ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากเป็นการจัดหาเหล็กจากต่างประเทศ ต้นทุนและกระบวนการจัดซื้อไม่ได้มีเพียงราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาพิกัดศุลกากร ประเทศถิ่นกำเนิดสินค้า เงื่อนไขการใช้สิทธิภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) รวมถึงมาตรการทางการค้า เช่น มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping: AD) ที่อาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า ประเทศต้นทาง และผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก
ดังนั้น การเลือกบริษัทจัดหาเหล็กที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการนำเข้า จะช่วยให้โรงงานสามารถตรวจสอบข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง วางแผนต้นทุนการนำเข้า และเตรียมเอกสารได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการพิจารณาสิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA และมาตรการ AD ก่อนตัดสินใจเลือกแหล่งจัดหา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากต้นทุนที่ไม่ได้คาดการณ์และสนับสนุนให้กระบวนการนำเข้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Supplier ที่สามารถขายเหล็กได้อาจตอบโจทย์การจัดซื้อในระยะสั้น แต่สำหรับโรงงานที่ต้องการบริหารต้นทุนและ ความมั่นคงในการจัดหา (Supply Stability) ในระยะยาว ควรมองหาพันธมิตรที่สามารถสนับสนุนได้มากกว่าการขายวัตถุดิบ
ตั้งแต่การวางแผนความต้องการ การคัดเลือกแหล่งผลิต การจัดหา การนำเข้า การบริหาร Inventory ไปจนถึงการจัดส่งถึงหน้าโรงงาน ความสามารถในการเชื่อมโยงกระบวนการเหล่านี้เข้าด้วยกันจะช่วยลดความซับซ้อนในการจัดซื้อและทำให้ Supply Chain มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
การซื้อเหล็กโดยตรงจาก Steel Mill อาจเหมาะกับโรงงานที่มีปริมาณการใช้งานสูง มี Specification ที่ชัดเจน และสามารถบริหารการนำเข้า Inventory และ Logistics ได้ด้วยตนเอง
ในขณะที่การใช้ บริษัทจัดหาเหล็กสำหรับโรงงาน สามารถเพิ่มทางเลือกในการจัดหาจากผู้ผลิตหลายแห่ง พร้อมช่วยดูแลกระบวนการอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การวางแผนปริมาณ การนำเข้า การจัดเก็บ และการส่งมอบ
ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ว่าวิธีใด “ดีกว่า” เสมอไป แต่ควรพิจารณาจากรูปแบบการผลิต ปริมาณการใช้งาน ความซับซ้อนของ Specification และความสามารถในการบริหาร Supply Chain ของแต่ละโรงงาน

การลดต้นทุนการจัดซื้ออย่างยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการหา Supplier ที่เสนอราคาต่ำที่สุด แต่ควรเริ่มจากการมองหาจุดที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพตลอด Supply Chain เช่น
เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน ฝ่ายจัดซื้อจะสามารถเปลี่ยนจากการมองเพียงราคาซื้อ (Purchasing Price) ไปสู่การบริหารต้นทุนรวมในการจัดหา (Total Procurement Cost) ซึ่งสะท้อนต้นทุนและความคุ้มค่าของการจัดหาได้ครบถ้วนกว่า
โตโยต้า ทูโช (Toyota Tsusho) ให้บริการจัดหาเหล็กสำหรับโรงงานและอุตสาหกรรมการผลิต โดยเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิตและพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนการจัดหาได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละธุรกิจ
บริการครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดความต้องการและ Specification การคัดเลือกแหล่งผลิต การจัดหาและนำเข้าเหล็กจากประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน การบริหารด้าน FTA และ AD ตลอดจนการจัดการ Logistics และการส่งมอบแบบ Just-in-Time
สำหรับโรงงานที่กำลังมองหา บริการจัดหาเหล็กมาตรฐานโรงงาน หรือ บริการจัดหาเหล็ก OEM การมีพันธมิตรที่สามารถมองภาพรวมของ Supply Chain จึงช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหา ลดความซับซ้อนของกระบวนการ และสนับสนุนความต่อเนื่องของสายการผลิตในระยะยาว
ทำความรู้จัก โตโยต้า ทูโช ให้มากขึ้น ผ่านวิดีโอแนะนำองค์กร และสำรวจกลุ่มธุรกิจอื่นได้ที่นี่ สนใจติดต่อเราหรือ02-825-5555
A: ควรพิจารณาทั้งคุณภาพและความสม่ำเสมอของวัตถุดิบ ความสามารถในการจัดหาให้ตรง Specification เครือข่ายแหล่งผลิต Lead Time การส่งมอบ ระบบ Inventory ตลอดจนความสามารถในการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงของ Supply Chain ไม่ควรพิจารณาจากราคาซื้อเพียงอย่างเดียว
A: การซื้อโดยตรงอาจเหมาะกับโรงงานที่มีปริมาณการใช้งานสูงและสามารถบริหารกระบวนการต่าง ๆ ได้เอง ส่วนบริษัทจัดหาเหล็กสามารถช่วยเพิ่มทางเลือกจากหลายแหล่งผลิต พร้อมสนับสนุนด้านการนำเข้า Inventory และ Logistics ซึ่งช่วยลดภาระในการบริหาร Supply Chain ของโรงงาน
A: การจัดส่งแบบ JIT ช่วยลดความจำเป็นในการเก็บวัตถุดิบจำนวนมาก ทำให้โรงงานสามารถลดพื้นที่จัดเก็บ ลดต้นทุน Inventory และบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้ดีขึ้น โดยต้องอาศัยการวางแผนและการส่งมอบที่แม่นยำตาม Production Plan
A: การมีทางเลือกจากหลาย Supplier หรือหลายประเทศช่วยลดการพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบเพียงแห่งเดียว หากเกิดปัญหาด้านกำลังการผลิต Logistics หรือ Supply Chain โรงงานจะมีทางเลือกในการปรับแผนการจัดหาและลดความเสี่ยงต่อความต่อเนื่องของการผลิต
A: การมีแหล่งจัดหาสำรองช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ปัญหากำลังการผลิต การขนส่ง ภัยธรรมชาติ หรือความผันผวนทางการค้า ช่วยให้โรงงานสามารถรักษาความต่อเนื่องของการผลิตและบริหารความเสี่ยงของ Supply Chain ได้ดียิ่งขึ้น
1. Total Cost of Ownership. CIPS (Chartered Institute of Procurement & Supply). สืบค้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 จาก https://www.cips.org/intelligence-hub/finance/total-cost-of-ownership
Global Supply Chain Leader Survey 2024. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 จาก https://www.mckinsey.com/capabilities/operations/our-insights/supply-chain-risk-survey-2024
2. Supplier Selection. CIPS (Chartered Institute of Procurement & Supply). สืบค้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 จาก https://www.cips.org/intelligence-hub/managing-suppliers/supplier-selection
3. มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping). กองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 จาก https://thaitr.dft.go.th/th/measure_info/ad/info
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับ เงื่อนไขการใช้งาน ของเรา
ยอมรับ และ ปิด