05/06/2569
Key Takeaways
ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS (Battery Energy Storage System) คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถกักเก็บไฟฟ้าไว้ใช้ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานและลดต้นทุนค่าไฟอย่างยั่งยืน โดยเน้นการทำงานผ่านกระบวนการดังนี้ การกักเก็บไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ (Surplus PV Absorption) การบริหารค่าไฟตามช่วงเวลา (TOU Arbitrage) และ การตัดยอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Shaving) เพื่อช่วยบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่ราคาถูก พร้อมทั้งช่วยเสริมเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าและรองรับการใช้งานร่วมกับโซลาร์เซลล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Table of Content

ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและการมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและการสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าได้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกโรงงานอุตสาหกรรมต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในปัจจุบันมีหนึ่งเทคโนโลยีที่ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมการจัดการพลังงาน คือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือที่เรียกกันว่า BESS ซึ่งเปลี่ยนหน้าที่จากเดิมที่เป็นเพียงแบตเตอรี่สำรองไฟยามฉุกเฉิน ให้กลายเป็นระบบบริหารจัดการพลังงานเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่า แล้ว Battery Energy Storage System (BESS) คืออะไร และทำงานอย่างไร โดยเฉพาะในบริบทของโรงงานอุตสาหกรรม ? คำตอบคือ Battery Energy Storage System (BESS) หรือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ทำหน้าที่กักเก็บไฟฟ้าไว้ในรูปของพลังงานเคมีเพื่อนำออกมาใช้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุด โดยไม่ได้ทำงานแยกส่วนอิสระ แต่มีการควบคุมผ่านซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่คอยจัดการการไหลของไฟฟ้าในโรงงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
สำหรับผู้ที่สงสัยว่าในปัจจุบัน Battery Energy Storage System มีอะไรบ้างที่เหมาะกับการนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ? การเลือกประเภทของระบบกักเก็บพลังงานต้องพิจารณาจากพื้นที่ติดตั้งและความต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยสถาปัตยกรรมที่นิยมใช้ในโรงงาน ได้แก่
ระบบขนาดใหญ่ที่บรรจุอุปกรณ์ทั้งหมดไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ มีความจุพลังงานสูง มักใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ Lithium Iron Phosphate (LFP) ที่มีความเสถียรสูง เหมาะสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาล
ระบบที่ออกแบบมาให้เป็นตู้แร็ค หรือโมดูลขนาดเล็กกว่า สามารถปรับเพิ่มขนาดความจุได้ตามการใช้งานจริง เหมาะสำหรับสถานประกอบการที่ต้องการความยืดหยุ่นในพื้นที่จำกัด หรือมีการวางแผนขยายกำลังการผลิตในอนาคต

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผู้ประกอบการอาจเริ่มมีคำถามว่า แล้ว BESS กับโซลาร์เซลล์ต่างกันอย่างไร ใช้คู่กันได้ไหม ? ความต่างคือโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่เป็นตัวผลิต ส่วน BESS เป็นตัวเก็บพลังงาน ซึ่งสำหรับโรงงานที่มีการติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคา (Solar Rooftop) อยู่แล้ว หรือกำลังวางแผนการติดตั้ง การมีระบบกักเก็บพลังงานเข้ามาเสริมจะช่วยอุดช่องว่างทางพลังงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่ผลิตพลังงานสะอาดได้เฉพาะในช่วงที่มีแสงแดด แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในโรงงานอาจเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง
การทำงานร่วมกันนี้ช่วยเพิ่มอัตราการพึ่งพาพลังงานตัวเอง โดย BESS จะจัดเก็บพลังงานสะอาดส่วนเกินในช่วงกลางวันที่ไม่ได้ถูกใช้งาน นำมาจ่ายเข้าสู่ระบบในช่วงที่ไม่มีแสงแดด หรือช่วงที่ค่าไฟพุ่งสูง วิธีนี้ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่งหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาองค์กรไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตามมาตรฐานสากล
การประเมินว่า BESS มีราคาที่คุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ ไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ราคาซื้อเริ่มต้น แต่ต้องวิเคราะห์จากค่าเฉลี่ยต้นทุนพลังงานตลอดอายุการใช้งาน (Levelized Cost of Energy: LCOE) เพื่อดูความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าได้จริงตลอดอายุโปรเจกต์ โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความคุ้มค่าและความมั่นคงของโรงงานดังนี้
ความคุ้มค่าในระยะยาววัดจากจำนวนรอบที่แบตเตอรี่สามารถชาร์จและดิสชาร์จได้ก่อนที่ประสิทธิภาพจะเสื่อมลง ซึ่งแบตเตอรี่เกรดอุตสาหกรรมควรมีคุณภาพสูงเพียงพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องหลายปี เพื่อให้เกิดการคืนทุนที่แม่นยำและไม่เพิ่มภาระต้นทุนในการเปลี่ยนอุปกรณ์ก่อนกำหนด
เนื่องจาก BESS คือการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลไว้ในพื้นที่โรงงาน ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อุปกรณ์ที่เลือกใช้ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น IEC หรือ UL เพื่อเป็นเกณฑ์ยืนยันความแข็งแรงของระบบป้องกันวงจรไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัยที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อทรัพย์สิน
ประสิทธิภาพของ BESS ขึ้นอยู่กับความสามารถของซอฟต์แวร์ในการเชื่อมต่อและสื่อสารกับระบบไฟฟ้าเดิมของโรงงานได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ระบบควบคุมอัจฉริยะสามารถวิเคราะห์โหลดไฟฟ้าและจัดการจ่ายพลังงานได้ตรงตามเวลาที่ต้องการ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการประหยัดค่าไฟฟ้าสูงสุดให้เป็นไปตามแผนการใช้พลังงานที่วางไว้
ระบบ BESS คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมต้นทุนพลังงานได้อย่างแม่นยำ พร้อมสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจะช่วยให้การลงทุนครั้งนี้คุ้มค่าและปลอดภัยในระยะยาว
ออกแบบระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อให้กระบวนการทำงานของโรงงานสอดรับไปกับมาตรฐานวิศวกรรมระดับสากล ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจากผู้ให้บริการระบบ BESS โรงงาน ภายใต้เครือโตโยต้า ทูโช (Toyota Tsusho) ที่พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจวิเคราะห์โหลด การออกแบบทางวิศวกรรม การจัดหาอุปกรณ์มาตรฐาน ไปจนถึงการบำรุงรักษา ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “Be the Right ONE” ที่มุ่งมั่นตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าในหน้างานจริงด้วยความปลอดภัย คุณภาพ และความน่าเชื่อถือสูงสุด พร้อมผนึกเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและความหลากหลายขององค์ความรู้ เพื่อส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างแม่นยำ
โตโยต้า ทูโช (Toyota Tsusho) มีครบทุกโซลูชันสำหรับโรงงานและภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ อุปกรณ์งานก่อสร้างและการขนส่ง ไปจนถึงเครื่องมือตัดเฉือน เครื่องจักรและอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับงานผลิตและซ่อมบำรุง รวมถึงเครื่องมือวัดและฟิกซ์เจอร์ แม่พิมพ์ และเครื่องจักรมือสอง สำรวจกลุ่มธุรกิจอื่นได้ที่นี่ หรือทำความรู้จัก โตโยต้า ทูโช ให้มากขึ้น ผ่านวิดีโอแนะนำองค์กร
สนใจติดต่อเราหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-825-5555
ข้อมูลอ้างอิง
A : การติดตั้งร่วมกันจะช่วยให้โรงงานใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เต็มประสิทธิภาพ โดยการเก็บไฟส่วนเกินในช่วงกลางวันไว้ใช้ในช่วงที่ค่าไฟแพง (On-Peak) จึงสามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่งและลดระยะเวลาคืนทุนของทั้งระบบได้เร็วขึ้น
A : ปัจจุบันนิยมใช้ Lithium Iron Phosphate (LFP) เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง ไม่ติดไฟง่าย มีความหนาแน่นของพลังงานดี และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เหมาะกับการใช้งานหนักในภาคอุตสาหกรรม
A : ขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบ หากมีการติดตั้งระบบควบคุมและ Inverter ประเภท Hybrid หรือ Grid-forming ระบบ BESS จะสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองเพื่อให้เครื่องจักรสำคัญทำงานต่อได้โดยไม่หยุดชะงัก
A : ขนาดพื้นที่ขึ้นอยู่กับความจุ (kWh) ที่ต้องการ หากใช้แบบ Modular จะประหยัดพื้นที่และติดตั้งในอาคารได้ แต่หากเป็นระบบใหญ่ระดับหลายเมกะวัตต์ มักจะใช้แบบตู้คอนเทนเนอร์ (Containerized) ซึ่งติดตั้งไว้ภายนอกอาคารเพื่อความสะดวกในการระบายอากาศและความปลอดภัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับ เงื่อนไขการใช้งาน ของเรา
ยอมรับ และ ปิด